ค้าปลีกไทยจะอยู่ยั่งยืนอย่างไร

 

ธุรกิจค้าปลีกเป็นที่ธุรกิจที่ประชาชนชาวไทย มีมาตั้งแต่บรรพชน มีรูปแบบวิวัฒนาการจาก หาบเร่ แผงลอย 

ศ.ดร.ฐาปนา บุญหล้า,FCILT

thapana@thapana.net

  ธุรกิจค้าปลีกเป็นที่ธุรกิจที่ประชาชนชาวไทย มีมาตั้งแต่บรรพชน มีรูปแบบวิวัฒนาการจาก หาบเร่ แผงลอย ร่องเรือขายของตามแม่น้ำลำธาร ขึ้นบนตึกแถวแล้วพัฒนามาเป็นห้างสรรพสินค้าจนถึงปัจจุบันประชากรประมาณร้อยละ 60 ประกอบอาชีพการค้าปลีกและกลุ่มธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากต่างชาติหลั่งไหลกันเข้ามาตั้งธุรกิจ ในประเทศไทยกันมากมาย เช่น คาร์ฟูร์ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร ฯลฯ มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้ธุรกิจค้าปลีกไทยต้องปิดตัวเองมากกว่าครึ่งหนึ่งในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ในระบบการค้าเสรี ธุรกิจค้าปลีกไทยและรัฐบาลจะปรับตัวอย่างไรจึงจะอยู่รอด

 

เชิญทุกฝ่ายเข้าร่วมหารือ :

  นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมหารือแก้ปัญหาภาคธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการและเอกชนเข้าร่วมด้วย เช่น อธิบดีกรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมโยธาธิการ และผังเมืองหอการค้าไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย รวมทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกประมาณ 15 ราย โดยผู้ค้าปลีกข้ามชาติรายใหญ่ล้วนส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมหารือครบทุกค่ายทั้ง เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี และแม็คโคร โดยบรรยากาศการประชุมค่อนข้างเคร่งเครียด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายปรีชา กล่าวหลังการประชุมว่า ต้องการให้มีการเซ็นเอ็มโอยูเพื่อระงับการขยายสาขาของผู้ค้าปลีกให้ได้ภายในวันที่ 20 กันยายน นี้ ไม่เช่นนั้นจะเสนอครม.ออกกฎกระทรวงมาบังคับใช้ภายใน 2 สัปดาห์ จำเป็นต้องเลือกเสียงชาวบ้าน “ธงวันนี้ของเราคือ ขอให้หยุดหรือระยับการขยายสาขาชั่วคราว ก่อนที่กลุ่มต่อต้านจะลุกฮือขึ้นมาทั้งประเทศ ท่านไม่ได้มาอยู่ในจุดนี้ ไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร ผมอยู่ตรงนี้ 1 ปีพยายามไม่จับตรงนี้เพราะอยากให้เรื่องของกลไกตลาด ซึ่งมีส่วนดีทำให้สินค้าราคาถูก แต่วันนี้อยากขอร้องให้แก้ปัญหาร่วมกัน ถ้าไม่ได้ก็ต้องออกกติกาที่รุนแรงทันที เราไม่ได้ทำตามกระแสแต่ชะลอไปก่อนแล้วตั้งคณะ มาทำงานกัน กรณีออกข่าวไปล่วงหน้าว่าจะเรียกมาทำเอ็มโอยู ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจบริหารเข้ามาบังคับผู้ประกอบการ แต่จะเป็นการปกป้องทุกฝ่ายวันที่ 20 กันยายนนี้ สมาพันธ์ต้านค้าปลีก ข้ามชาติจะเดินทางมา ที่กระทรวงพาณิชย์รวมถึงไปยังสำนักงานใหญ่ของผู้ค้าปลีก แต่ละรายเพื่อหาคำตอบจากผู้รับผิดชอบ หากผู้ประกอบการค้าปลีกไม่มีทางออกให้ ผมก็จะมีสไตส์ของผม ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์แน่นอน เอกชนที่ช่วยเราได้ก็มี ผู้ค้าปลีกที่มา 15 ราย มีทั้งใช่และไม่ใช่ รู้อยู่ว่าใครซัพพอร์ตโชห่วย ไม่ซัพพาร์ตโชห่วย ถ้าไม่คุยกันก็ต้องครอบคลุมทั้งหมด” นายปรีชากล่าว

ขอทุกฝ่ายร่วมมือ :

  ในการประชุมผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายพยายามสอบถามแนวทางในหนังสือที่จะให้ผู้ค้าปลีกเซ็นเอ็มโอยูจะระบุเนื้อหาอย่างไรบ้าง นายปรีชาชี้แจงว่า หน้าที่ของพาณิชย์ คือทำตามข้อร้องเรียนมาและหาข้อยุติ หากวันพุธหน้า (20 ก.ย. 49) ไม่มีการเซ็นเอ็มโอยู ก็ไม่เป็นไร วันอังคารหน้าจะนำเรื่องเข้าครม. หัวเรื่องเดียวขณะนี้ คือ “ยุติทุกอย่าง ขอแค่เจตนาว่าท่านแคร์สังคม ซึ่งใน 15 รายนี้จะเซ็นเพียง 12 รายก็ไม่ซีเรียส และเชื่อว่าแนวทางต่าง ๆ ของกระทรวงฯ เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายแน่นอน” นายปรีชากล่าว

เทสโก้โลตัส หาผู้เดือนร้อนตัวจริง :

นายกวิน สัณฑกุล กรรมการรองกรรมการผู้จัดการบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาดเทสโก้โลตัส กล่าวว่า การเข้าลงทุนของเทสโก้โลตัส ในไทยกว่า 10 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าใช้บริการถึง 18 ล้านคน ต่อเดือนด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุม ทั่วประเทศ รวมไปถึงจังหวัดที่บอกว่ามีความเดือดร้อน ดังนั้นข้อมูลที่บอกว่าเดือดร้อนนั้นผู้เดือดร้อนคือใคร ถ้าทุกคนบอกว่าเดือดร้อนเมื่อเทสโก้โลตัสเปิดบริการ เขาก็ไม่มาซื้อของจากนั้น นายปรีชาแย้งว่า “เป็นการมองคนละมุมกันเลย” นายกวิน กล่าวอีกว่า “ข้อมูลจากเอซีนิลเส็นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุถึงจำนวนผู้ซื้อในระบบค้าปลีก 87% ของผู้ซื้อทั้งหมดยังใช้บริการร้านโชห่วย ในรอบ 1 เดือน และใช้บริการตลาดสดเป็นสัดส่วนสูง 87% จำนวนลูกค้าโดยรวมใช้บริการร้านโชห่วยเพื่อขึ้นจาก 17 ครั้ง เป็น 19 ครั้ง ต่อ 1 เดือน ขณะที่ใช้บริการร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตลดลง จาก 4 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง “หากถามว่าการระงับการลงทุนแบบนี้แฟร์กับเราไหม เราเป็นบริษัทค้ากำไร แต่ถ้าเป็นกติกาบ้านเมืองก็ต้องทำตาม อยากให้คิดให้รัดกุม เอาทุกฝ่ายมาคิดบนสมการนี้ ยังไม่ได้นำผู้เกี่ยวข้องอีกหลายส่วนในภาคสังคมอื่น ๆ เข้ามาหารือ การประชุมวันนี้เห็นชัดว่า ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร ควรจะมีการหารือกันแต่เนิ่นๆ เรากลัวว่าการไม่เซ็นเอ็มโอยู แล้วบอกว่าไม่แคร์สังคม” ดร.ดามพัสุคนธทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และกฎหมาย เทสโก้โลตัสกล่าวเสริมว่า การที่เทสโก้ โลตัส สงวนท่าทีเงียบไปในช่วงหนึ่งไม่ใช่อยากหารือราชการ แต่ฝ่ายหนึ่งมาด้วยอารมณ์ ก็ยากที่จะหาจุดประนีประนอม ในจดหมายเรียกมาหารือในครั้งนี้ พยายามจะชี้แจงแต่กระทรวงฯ มีธงอยู่แล้ว  

แม็คโครโชว์ตัวเลขโชห่วยเติบโตเติบขึ้น :

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์ค้าปลีก แม็คโคร กล่าวว่า “ในทุกประเทศทั่วโลกจะมีโชห่วยล้มหายตายจากเป็นเรื่องปกติแต่ล้มหายจำนวนมากก็ไม่ปกติ จากธุรกิจหลักของแม็คโครมีที่จำหน่ายสินค้าขายส่งให้กับผู้ค้ารายย่อยที่เป็นลูกค้าเป้าหมายหลัก พบว่า ปี 2548-2549 แม็คโครไม่มีการขยายสาขาเพิ่มเนื่องจากอุปสรรคทางการค้าด้านกฎหมายผังเมืองนั้น แต่กลับพบว่า ร้านค้าปลีกขนาดย่อยและโชห่วยใช้บริการแม็คโครถึง 4.7 แสนราย จำนวนนี้เป็นโชห่วย 3.22 แสนรายเพิ่มขึ้น 5,400 ราย ทั้งนี้ตัวเลขของค้าปลีกขนาดย่อมในบัญชีรายได้ของแม็คโครเป็นสัดส่วนถึง 65% ของยอดขาย ซึ่งมียอดซื้อโต 15% ในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม็คโครเตรียมตั้งศูนย์โชห่วยเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า 

บิ๊กซี ยินดีร่วมมือ : 

นายประพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทบิ๊กซี ซุเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมหาชนและบริษัทข้ามชาติ จำเป็นต้องนำข้อมูลต่าง ๆ หารือกับคณะกรรมการบริษัทตามขั้นตอนก่อน ไม่สามารถเซ็นเอกสารใด ๆ โดยพลการ การเซ็นอะไรก็ตามจะส่งผลต่อกิจการ แต่การเซ็นเอ็มโอยู ครั้งนี้ก็ไม่มีความชัดเจน ส่วนการชะลอขยายสาขาย่องส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่แน่นอน ตั้งแต่การจ้างงาน ค่าเครื่องจักร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ปัจจุบันบิ๊กซี อยู่ระหว่างก่อสร้างสาขา 3 แห่ง ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สาขาเกาะสมุย และชลบุรี ด้านนางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่ารัฐต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องการลงทุนขณะนี้ยังไม่ความชัดเจนในแนวทางปฎิบัติว่า จะชอลอการขยายสาขาอย่างไร ผู้ค้าปลีกรายใดต้องชะลอหรือมีระยะเวลาแค่ไหนระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนนี้ แผนการลงทุนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างก็ต้องดำเนินการไป นายธนภณ ตังคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวสั้น ๆ ว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกจะเซ็นหรือไม่เซ็นเอ็มโอยู ก็ต้องดูที่เนื้อหาเป็นหลัก 

สนับสนุนสหกรณ์ทั่วไทย : 

ประเทศไทยเป็นประเทศ เกษตร อุตสาหกรรม การกระจายสินค้าภาคเกษตรจำต้องผ่านเครือข่ายสหกรณ์ทุกตำบลสู่ตลาดการค้ากลางทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รัฐบาลควรส่งเสริมระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่วงทางกระจายตัวสินค้าจากต้นน้ำ (สินค้าเกษตร) กลางน้ำ (สินค้ากึ่งสำเร็จรูป) และปลายน้ำ (สินค้าสำเร็จรูป) และผู้ค้าปลีกก็ใช้ช่องทางระบบสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งน่าจะดีกว่าที่จะไปจำกัดการขยายสาขาของต่างชาติ เพราะเรากำลังอยู่ในโลกของการค้าเสรีมิใช่ยุคโบราณ แนวคิดชาตินิยมและแนวคิดมนุษย์นิยมอันไหนจะนำความสุขสงบมาให้กับชุมชน สังคม มากกว่ากันทุกคนควรสร้างความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนมิดีกว่าหรือ...