รัฐเล็งสร้างรถไฟฟ้าสีแดงเชื่อมแอร์พอร์ทลิงค์และรถไฟทางคู่มาตรฐาน

 

ศ.ดร.ฐาปนา บุญหล้า,FCILT

thapana@thapana.net

.....16 พ.ย. 2549 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เสนอแนะกระทรวงคมนาคม สร้างรถไฟฟ้า สีแดง เชื่อมโครงการแอร์พอร์ทเรลลิงค์ รองรับการเดินทางจากรังสิต-สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนเส้นทางที่ผ่านเขตพระราชฐานให้มุดลงดินผุดสถานีเฉลิมพระเกียรติ

 

กระทรวงคมนาคมเห็นด้วยกับการเชื่อมโยงรถไฟฟ้า-แอร์พอร์ทลิงค์ :

พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและพลังงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)ในวันที่ 16 พ.ย. 2549 ว่าได้หารือถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าโดยคณะทำงานฯ แนะว่าควรเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงจากรังสิต-บางซื่อ-ตลิ่งชัน กับโครงการแอร์พอร์ทเรลลิงค์ จากมักกะสัน-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเชื่อมต่อจากรังสิต-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “ผมเห็นด้วยว่าควรเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงกับโครงการแอร์พอร์ทเรลลิงค์ เพื่อให้เป็นเส้นทางที่ครบวงจร แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกันเพราะมีปัญหาที่ต้องพิจารณาหลายด้าน”อย่างไรก็ตามคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.) จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องได้ข้อสรุปการเชื่อมต่อเส้นทางส่วนนี้ ก่อนการเปิดประกวดราคาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงการเชื่อมต่อสามารถดำเนินการภายหลังได้ คาดว่าจะให้มีการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้า 1 เส้นทางก่อนพ้นจากตำแหน่ง

การเชื่อมโยงช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน :

นายโอภาส เตพละกุล ประธานคณะทำงานฯ กล่าวว่า สาเหตุที่เสนอให้เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ให้เชื่อมต่อกับโครงการแอร์เรลลิงค์ ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพราะจะช่วยให้โครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกรงว่าการเชื่อมต่อเส้นทางจะเกิดปัญหาด้านภูมิทัศน์ โดยเฉพาะช่วงเขตพระราชฐาน คณะทำงานฯ เสนอว่าควรก่อสร้างเป็นโครงการใต้ดินและจัดตั้งสถานีเฉลิมพระเกียรติบริเวณนี้เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา นอกจากนั้นคณะทำงานฯ ยังเห็นว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นเส้นทางที่สามารถเริ่มก่อสร้างได้เป็นอันดับแรกเพราะไม่ต้องผ่านขั้นตอนตาม พรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่งคณะทำงานฯ เสนอให้รัฐบาลเร่งประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าอย่างน้อย 1 เส้นทางเพื่อเป็นต้นแบบของการประกวดราคาที่โปร่งใสและเป็นตัวอย่างในการประกวดราคาเส้นทางอื่นต่อไป

การประมูลต้องโปร่งใส :

.....คณะทำงานฯ เสนอให้กระทรวงคมนาคมเชื่อมต่อเส้นทางช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสันไปพร้อมกับการประกวดราคารถไฟสายสีแดงและเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะจัดประกวดราคาอย่างโปร่งใสเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีทำให้วงเงินค่าก่อสร้างลดลงจากที่กำหนดไว้

.....ทั้งนี้คณะทำงานฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาฯ รายละเอียด การควบคุมอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าและการใช้ระบบตั๋วร่วมหลังครม. อนุมัติให้เอกชนเป็นผู้รับสัมปทานจัดหาและให้บริการรถไฟฟ้า รวมทั้งเจรจาแบ่งผลประโยชน์กับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันเพื่อให้ประชาชนเสียค่าโดยสารในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพราะการขยายเส้นทางเพิ่มจะช่วยให้ปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางเดิมเพิ่มขึ้น

สร้างรถไฟทางคู่ตามมาตรฐานสากล :

นายโอภาส กล่าวถึงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ว่า คณะทำงานฯ ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมกำหนดให้ใช้รางขนาดมาตรฐานคือ 1.435 เมตร แทนรางขนาด 1 เมตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ควรก่อสร้างในเส้นทางที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เช่น เส้นทางเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง ควรเร่งหาหัวรถจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการรถไฟทางคู่

โครงการรถไฟทางคู่ 3 เส้นทางหลัก 8.32 กม. งบ 7.5 หมื่นล้านบาท :

แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่าโครงการรถไฟทางคู่จะดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ 3 เส้นทางคือ 1) เส้นทางสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วง ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ระยะทาง 78 กิโลเมตร เงินลงทุน 5,235 ล้านบาท 2) เส้นทางรถไฟ สายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร เงินลงทุน 7,648 ล้านบาท 3) โครงการก่อสร้างทางคู่เป็นช่วงตามความจำเป็นในเส้นทางรถไฟสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ระทางรวม 832 กิโลเมตร. เงินลงทุนรวม 7.5 หมื่นล้านบาท

.....แผนแม่บทโลจิสติกส์แห่งชาติ ควรมีความชัดเจนทั้งในระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้นว่า ด้านสาธารณูปการ ทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ-ทางท่อ ทางคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับภาคโลจิสติกส์ทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษามีการทำงานสอดประสานของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องพร้อมกัน โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรี สายเศรษฐกิจจะต้องเป็นเจ้าภาพ (Chief Logistics Officer) รับผิดชอบดำเนินการให้การพัฒนาระบบโลจิสติกส์สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายของประเทศให้จงได้ คิดจริง พูดจริง ทำจริง เถอะครับ