รัฐบาลใช้เศรษฐกิจพอเพียง

ศ.ดร.ฐาปนา บุญหล้า,FCILT

thapana@thapana.net

 .....รัฐบาลปัจจุบันที่นำโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ประเทศ ได้ปรับแผนพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ตามแนวทางการบริหารประเทศตามหลักทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) เพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาประเทศและแบ่งปันทรัพยากรของชาติให้แก่ประชาชนให้เกิดความเป็นธรรม ลดช่องว่างรายได้และคุณภาพชีวิตระหว่างคนเมืองกับชนบทที่สูงถึง 13 ต่อ 1 สร้างความเป็นธรรมและความยั่งยืนของประเทศ

 

นายกกระตุ้นเตือนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง :

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “แนวทางการบริหารประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีคณะรัฐมนตรีปลัดกระทรวง อธิบดีผู้ว่าราชการจังหวัดหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนร่วมรับฟังกว่า 750 คนนายกรัฐมนตรีระบุว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้แนวทางการปฏิบัติตนอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อนและยังเป็นแนวทางที่มาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยที่สามารถนำไปใช้ได้ทุกระดับโดยหลักการสำคัญของปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งตนเอง ทำทุกอย่างเป็นขั้นตอนไม่รีบร้อน ไม่ก้าวกระโดดหรือประมาท รู้จักการเลือกสรรใช้อย่างเหมาะสมและพอดี สำหรับการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารประเทศนั้นต้องเป็นไปอย่างสมดุล บนพื้นฐานของความพอดีระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท เนื่องจากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภาคสังคมเมืองมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สังคมชนบทเติบโตค่อนข้างน้อย ทำให้สภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตรวมถึงรายได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยตัวเลขของความแตกต่างด้านรายได้ ระหว่างเมืองและชนบทอยู่ที่ประมาณ 10 ต่อ 1 ในอดีต แต่ปัจจุบันแตกต่างกันถึง 13 ต่อ 1 ซึ่งเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่เราต้องนำมาพิจารณา

เศรษฐกิจพอเพียงสร้างความสมดุล :

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องพิจารณาเรื่องของความสามารถในการพึ่งตนเองและในการแข่งขันบทเวทีโลก การสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัวและการมีจิตใจที่ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ผมมั่นใจว่าปรัชญานี้จะเป็นหลักที่นำพาประเทศไทยให้อยู่รอดแบบสมดุล มั่นคงยั่งยืน ท่ามกลางปัญหาและการเปลี่ยนแปลงที่สับสนในยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียงสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกิจกรรม ทั้งการเมือง การปกครอง การบริหารประเทศการไม่ยึดติด จะทำให้บ้านเมืองมีความสะอาด

พัฒนาการเมือง :

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า หากภาคการเมืองมีคุณธรรมมีจริยธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมและบ้านเมืองได้นั้น ต้องลดในเรื่องของการยึดติดและหากภาคการเมืองมีความสะอาดโปร่งใสเป็นธรรมแล้ว จะสามารถกระจายอำนาจได้อย่างทั่วถึงโดยจะไม่มีการผูกขาดอำนาจและไม่เกิดเผด็จการด้านอำนาจ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจนั้น หากมีการใช้จ่ายพอเพียงและไม่ฟุ่มเฟือย ภาวะภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจก็จะดีส่วนในด้านสังคมจะต้องทำให้สังคมและคนในชาติมีความเข้มแข็งมากขึ้นและทุกคนสามารถอยู่ด้วยกันโดยการสมานฉันท์ร่วมกัน ขณะที่ด้านการต่างประเทศนั้น หากมีความพอเพียง จะทำให้ไม่มีการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้กับชาติจนเกิดความต้องการและไม่ต้องแข่งขันชิงดี ชิงเด่นกับประเทศอื่น ๆ

.....ทั้งนี้การที่รัฐบาลยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารประเทศไม่ได้หันหลังให้กับโลกาภิวัตน์ที่ผ่านมา สังคมไทยได้กระโจนเข้าสู่กระแสโลกาภิวัตน์ อันนำมาซึ่งความเดือดร้อนของประเทศ

ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ :

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 10 ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าที่ผ่านมามีการนำทุนมาใช้โดยไม่รู้เท่าทัน เกิดความไม่พอดีจนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยเศรษฐกิจระบบตลาดทุนเป็นปัจจัยเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือต้องมีปัญญาและประสิทธิภาพ